คู่มือมือใหม่ดูราคาไก่ชน 2026
ราคาไก่ชน 2026 ในตลาดไทยเริ่มตั้งแต่หลักร้อยสำหรับลูกไก่ ไปจนถึงหลักหมื่น หลักแสน หรือสูงกว่านั้นสำหรับไก่ที่มีสายเลือดและผลงานเด่น โดยข้อมูลจากฟาร์ม ผู้เพาะพันธุ์ และตลาดซื้อขายออนไลน์อย่าง พันธุ์ไก่...
คู่มือมือใหม่ดูราคาไก่ชน 2026
ราคาไก่ชน 2026 ในตลาดไทยเริ่มตั้งแต่หลักร้อยสำหรับลูกไก่ ไปจนถึงหลักหมื่น หลักแสน หรือสูงกว่านั้นสำหรับไก่ที่มีสายเลือดและผลงานเด่น โดยข้อมูลจากฟาร์ม ผู้เพาะพันธุ์ และตลาดซื้อขายออนไลน์อย่าง พันธุ์ไก่ชน ควรใช้เป็นเพียงกรอบเปรียบเทียบ ไม่ใช่ราคากลางตายตัว ปัจจัยสำคัญมีอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่ อายุ สายเลือด ฟอร์ม สุขภาพ และประวัติการแข่งขัน ลูกไก่อาจอยู่ราว 500–3,000 บาท ไก่หนุ่มที่เริ่มเห็นทรงอยู่ราว 3,000–20,000 บาท ส่วนพ่อพันธุ์หรือไก่มีผลงานอาจเกิน 100,000 บาท และบางตัวแตะหลักล้านได้ อย่างไรก็ตาม ราคาแพงไม่ได้เท่ากับโอกาสชนะที่แน่นอน เพราะการเลี้ยง อาหาร การฝึก กติกาสนาม และสภาพร่างกายล้วนเพิ่มความไม่แน่นอน ก่อนซื้อควรขอประวัติ ตรวจตัวจริง เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 แหล่ง และกำหนดงบรวมค่าดูแลแยกจากราคาตัวไก่ให้ชัดเจน

สรุปสำคัญของราคาไก่ชน 2026
ถ้ามองแบบคณิตศาสตร์ ราคาที่เหมาะสมไม่ใช่ตัวเลขที่สูงที่สุด แต่คือราคาที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงของผู้ซื้อ ลูกไก่ราคาต่ำมีความไม่แน่นอนสูง เพราะยังประเมินฟอร์มจริงไม่ได้ ขณะที่ไก่หนุ่มที่ผ่านการฝึกและมีข้อมูลรูปร่างชัดเจนมีต้นทุนเริ่มต้นสูงขึ้น แต่ลดความเสี่ยงด้านการคัดเลือกได้บางส่วน ส่วนไก่ที่มีผลงานอาจมี “ค่าชื่อเสียง” รวมอยู่ในราคา ซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องถามว่าค่าพรีเมียมนั้นมาจากชัยชนะจริง สายเลือด หรือเพียงกระแสในช่วงเวลาหนึ่ง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ กรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญกับการควบคุมโรค สุขอนามัย และการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม ดังนั้นต้นทุนที่ควรคิดจึงไม่ได้จบที่ราคาซื้อ ยังมีค่าอาหาร โรงเรือน วัคซีน การเดินทาง และการดูแลสัตวแพทย์ด้วย หากงบซื้อ 10,000 บาท แต่มีค่าเลี้ยงต่อเดือนอีก 2,000 บาท การประเมินความคุ้มค่าในระยะ 6 เดือนควรใช้ต้นทุนรวมประมาณ 22,000 บาท ไม่ใช่ดูเฉพาะป้ายราคา 10,000 บาท ตัวเลขง่าย ๆ นี้เป็นจุดที่มือใหม่มักพลาดกันบ่อยพอสมควร
หากต้องการทำความเข้าใจสายพันธุ์และการดูแลให้เป็นระบบ ควรเริ่มจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ของ พันธุ์ไก่ชน ก่อนตัดสินใจ
คนซื้อพบราคาไก่ชนแบบใดในตลาดจริง?
ราคาในตลาดจริงแบ่งได้หลายระดับตามอายุและข้อมูลที่ผู้ขายยืนยันได้ โดยลูกไก่มักมีราคาต่ำที่สุด แต่ยังมีความแปรปรวนสูง ส่วนไก่หนุ่มและพ่อพันธุ์มีราคาสูงขึ้นตามฟอร์ม สุขภาพ และหลักฐานสายเลือด การประกาศที่ไม่มีอายุ แหล่งที่มา หรือวิดีโอปัจจุบันควรถูกจัดเป็นข้อมูลความเสี่ยงสูง ไม่ควรเทียบกับประกาศที่มีเอกสารครบถ้วนโดยตรง
ในตลาดไทย คำว่า “ไก่ชนเงินล้าน” ไม่ได้หมายความว่าไก่ทุกตัวมีมูลค่าหนึ่งล้านบาท แต่โดยทั่วไปใช้เรียกไก่ที่มีผลงาน สายเลือด หรือชื่อเสียงในระดับสูงมาก ราคาอาจอยู่ตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านตามการเจรจาและความต้องการของตลาด ตัวเลขจากแพลตฟอร์มซื้อขาย เช่น ENNXO หรือประกาศจากฟาร์มเฉพาะทาง จึงควรใช้เพื่อดูช่วงราคา ไม่ใช่ใช้ยืนยันมูลค่าของไก่ตัวใดตัวหนึ่ง
การประเมินควรแยก “ราคาประกาศ” กับ “ราคาซื้อขายจริง” เพราะผู้ขายอาจตั้งราคาเผื่อต่อรอง 10–30% หรือรวมอุปกรณ์และบริการส่งไว้แล้ว ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ช่วยให้ผู้ซื้อเข้าใจหลักฐานการซื้อขายและสิทธิเมื่อสินค้าไม่ตรงตามคำโฆษณาได้ดีขึ้น นี่เป็นข้อมูลเชิงปฏิบัติที่บทความทั่วไปมักไม่พูดถึง แต่สำคัญมากเมื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์
ช่วงราคาคร่าว ๆ ที่ใช้ตั้งต้นเปรียบเทียบมีดังนี้
- ลูกไก่หรือไก่วัยเริ่มต้น: ประมาณ 500–3,000 บาท
- ไก่หนุ่มที่เริ่มเห็นโครงสร้างและฟอร์ม: ประมาณ 3,000–20,000 บาท
- ไก่หนุ่มมีประวัติหรือสายเลือดชัดเจน: ประมาณ 20,000–100,000 บาท
- พ่อพันธุ์หรือไก่ผลงานเด่น: ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป
- ไก่ชื่อดังระดับสูง: อาจแตะหลักล้าน แต่ต้องตรวจสอบหลักฐานเป็นรายกรณี
วิธีดูสายพันธุ์ไก่ชนสำหรับมือใหม่
ปัจจัย 3 ข้อใดกำหนดราคาได้มากที่สุด?
สามปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาไก่ชนมากที่สุดคือสายเลือด ผลงาน และความพร้อมของตัวไก่ในปัจจุบัน ทั้งสามด้านต้องพิจารณาร่วมกัน เพราะสายเลือดดีแต่สุขภาพไม่สมบูรณ์อาจมีมูลค่าต่ำลง ขณะที่ไก่ฟอร์มดีแต่ไม่มีหลักฐานที่มาอาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูลสูงกว่าที่เห็น
1. สายเลือดและแหล่งที่มา
สายเลือดจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีชื่อในภาคอีสาน ภาคกลาง หรือภาคใต้ มักมีราคาต่างกันตามความนิยมของสายและชื่อฟาร์ม เช่น พม่า ไทย ลูกผสม หรือสายที่ผู้เพาะพันธุ์พัฒนาขึ้นเอง อย่างไรก็ตาม ชื่อสายพันธุ์เพียงอย่างเดียวไม่ควรเพิ่มราคาแบบไม่มีเพดาน เพราะคำกล่าวอ้างที่ไม่มีใบประวัติ รูปพ่อแม่พันธุ์ หรือข้อมูลรุ่นลูกจะตรวจสอบได้ยาก
ควรขอข้อมูลอย่างน้อย 4 รายการ ได้แก่ วันเกิดโดยประมาณ ชื่อพ่อแม่พันธุ์ แหล่งเพาะ และประวัติการส่งต่อ หากผู้ขายตอบไม่ได้ ราคาที่เสนอควรถูกหัก “ส่วนลดความไม่แน่นอน” ในเชิงตรรกะ เช่น ไก่สองตัวประกาศ 15,000 บาทเท่ากัน แต่ตัวหนึ่งมีข้อมูลครบ อีกตัวไม่มีหลักฐาน ตัวที่สองไม่ได้มีมูลค่าเท่ากันเพียงเพราะรูปร่างใกล้เคียงกัน
2. ผลงานและฟอร์ม
ผลงานการแข่งขันช่วยเพิ่มราคา แต่ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะจำนวนชัยชนะไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่บอกคุณภาพ ควรดูคู่แข่ง ระยะเวลาการชน สภาพสนาม และวันที่ของผลงานด้วย ผลงานเมื่อ 3 ปีก่อนอาจมีน้ำหนักน้อยกว่าฟอร์มและสุขภาพในปี 2026 โดยเฉพาะไก่ที่อายุมากขึ้นหรือมีประวัติบาดเจ็บ
ราคาไก่ชนวันนี้จึงควรดูคู่กับเวลาอัปเดตและวิดีโอปัจจุบัน ไม่ใช่พึ่งภาพถ่ายเก่าเพียงชุดเดียว
3. สุขภาพ โครงสร้าง และค่าใช้จ่ายหลังซื้อ
ตาใส การหายใจปกติ ขนเรียบ การยืนลงน้ำหนักสมดุล และไม่มีบาดแผลผิดปกติเป็นสัญญาณพื้นฐานที่ควรตรวจ แต่ไม่ใช่การรับรองสุขภาพโดยสัตวแพทย์ หากเป็นการซื้อราคาสูง ควรขอตรวจสุขภาพและข้อตกลงรับผิดชอบกรณีพบโรคภายในระยะเวลาที่กำหนด
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าการป้องกันโรคในสัตว์ต้องอาศัยสุขอนามัย การเฝ้าระวัง และการจัดการฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะตอนสัตว์แสดงอาการ ดังนั้นไก่ราคาสูงแต่มีค่าเสี่ยงด้านสุขภาพมาก อาจมีมูลค่าคาดหวังต่ำกว่าไก่ราคากลางที่ข้อมูลครบและดูแลได้จริง
การอ่านกติกาและบริบทสนามก่อนประเมินผลงานช่วยลดการเทียบข้อมูลผิดประเภท อ่านต่อได้ที่ กติกาและการตัดสินการแข่งขันไก่ชน

กรณีไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
กรณีที่ราคาถูกกว่าตลาดมาก ราคาเปลี่ยนเร็ว หรือผู้ขายเร่งให้โอนเงินก่อนตรวจตัวจริงเป็นจุดเสี่ยงที่ควรหยุดประเมินใหม่ การลดราคา 50% ไม่ได้แปลว่าคุ้ม 50% หากมีความน่าจะเป็นที่จะเสียเงินทั้งหมดจากข้อมูลไม่ครบหรือไม่ได้รับสินค้าตามตกลง ในเชิงมูลค่าคาดหวัง การซื้อ 5,000 บาทที่มีความเสี่ยงสูญเสียเต็มจำนวน 20% มีต้นทุนความเสี่ยงโดยประมาณ 1,000 บาท เมื่อรวมกับค่าขนส่งและการดูแล ราคาที่ดูถูกอาจไม่ได้ถูกจริง
อีกกรณีคือการอ้างผลงานด้วยภาพหรือคลิปที่ไม่ระบุวันเวลา คลิปสั้นอาจแสดงเฉพาะจังหวะได้เปรียบและไม่บอกสภาพร่างกายทั้งหมด ควรขอคลิปต่อเนื่องหลายมุม พร้อมถามวันที่ถ่าย น้ำหนัก อายุ และสถานที่ หากข้อมูลตอบไม่ตรงกัน 2–3 ครั้ง ให้ลดระดับความน่าเชื่อถือของประกาศทันที อย่าพยายามใช้ความรู้สึกแก้ปัญหาข้อมูล เพราะความรู้สึกไม่มีค่าทดแทนหลักฐานในรายการซื้อขายหลักหมื่นหรือหลักแสน
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนชำระเงินมีดังนี้
- ชื่อและช่องทางติดต่อของผู้ขายตรงกันหรือไม่
- รูปภาพและวิดีโอเป็นของตัวเดียวกันหรือไม่
- มีข้อมูลอายุ สายเลือด สุขภาพ และประวัติอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
- ราคานี้รวมค่าขนส่ง อุปกรณ์ หรือบริการหลังการขายแล้วหรือยัง
- มีเงื่อนไขคืนเงินเมื่อข้อมูลไม่ตรงตามประกาศหรือไม่
- การโอนเงินใช้บัญชีชื่อเดียวกับผู้ขายหรือมีหลักฐานยืนยันตัวตนหรือไม่
ข้อควรระวังอีกด้านคือการพนันและการวางเดิมพัน การติดตามราคาไก่ชนหรือราคาไหลไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับประกันผลตอบแทน ผู้ใหญ่ควรตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่น กติกาสนาม และกำหนดวงเงินที่เสียได้โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น พันธุ์ไก่ชนเน้นข้อมูลสายพันธุ์ การฝึก กติกา และการดูแล ไม่ควรใช้บทความเป็นคำแนะนำให้เสี่ยงเงินเกินกำลัง
หากต้องการศึกษาการวิเคราะห์อย่างรับผิดชอบ ควรอ่านข้อมูลการแข่งขันและหลักการจัดการงบก่อน
ควรประเมินความคุ้มค่าก่อนซื้ออย่างไร?
ความคุ้มค่าควรคำนวณจากราคาซื้อ บริการดูแล ความเสี่ยงด้านข้อมูล และเป้าหมายการเลี้ยงรวมกัน ไม่ควรตัดสินจากสายเลือดหรือคำว่า “เงินล้าน” เพียงอย่างเดียว วิธีที่เหมาะสมคือกำหนดงบสูงสุด เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 ประกาศ และกันเงินสำรองสำหรับค่าอาหาร สุขภาพ และการเดินทางไว้ก่อน
ใช้สูตรง่าย ๆ ได้ดังนี้
ต้นทุนจริงใน 6 เดือน = ราคาซื้อ + ค่าขนส่ง + ค่าอาหารและดูแล 6 เดือน + ค่าตรวจสุขภาพ + ค่าอุปกรณ์
ตัวอย่าง หากซื้อไก่ 12,000 บาท ค่าขนส่ง 800 บาท ค่าอาหารเดือนละ 1,500 บาทเป็นเวลา 6 เดือน และค่าตรวจสุขภาพ 700 บาท ต้นทุนรวมจะเท่ากับ 22,500 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ดังนั้นผู้ซื้อที่มีงบ 15,000 บาทไม่ควรซื้อเพียงเพราะราคาตัวไก่อยู่ในงบ เพราะงบจริงอาจเกินความสามารถในเวลาไม่นาน
ด้านล่างเป็นเกณฑ์ตัดสินที่ใช้งานได้จริง
- ซื้อเพื่อเลี้ยงศึกษา: เลือกลูกไก่หรือไก่หนุ่มราคา 500–10,000 บาท พร้อมงบดูแลแยก
- ซื้อเพื่อพัฒนาพ่อพันธุ์: ให้ความสำคัญกับสายเลือด สุขภาพ และข้อมูลลูกมากกว่าคลิปสั้น
- ซื้อไก่มีผลงาน: ตรวจประวัติสนาม วันเวลา คู่แข่ง และสภาพปัจจุบัน
- ซื้อทางออนไลน์: ขอวิดีโอใหม่ ระบุตัวตนผู้ขาย และทำข้อตกลงเป็นข้อความ
- ซื้อราคาสูง: ใช้การตรวจสุขภาพและเอกสารยืนยันเพื่อลดความเสี่ยงข้อมูล
ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไก่พื้นเมืองไทยและการเลี้ยงสัตว์สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมจาก วิกิพีเดียภาษาไทย ได้ แต่ควรใช้ร่วมกับคำแนะนำจากสัตวแพทย์และหน่วยงานปศุสัตว์ เพราะข้อมูลออนไลน์บางส่วนอาจไม่เหมาะกับทุกพื้นที่

บทสรุป: ราคาไก่ชน 2026 ควรดูอะไรเป็นอันดับแรก?
ราคาไก่ชน 2026 ไม่มีเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกตัว ช่วงหลักร้อยถึงหลักพันเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้ ส่วนหลักพันถึงหลักหมื่นเหมาะกับไก่หนุ่มที่มีข้อมูลและฟอร์มชัดขึ้น ขณะที่หลักแสนหรือหลักล้านควรมีหลักฐานสายเลือด ผลงาน สุขภาพ และเงื่อนไขซื้อขายรองรับครบถ้วน ความคุ้มค่าที่แท้จริงจึงเป็นผลลัพธ์ของข้อมูลที่ถูกต้องและต้นทุนรวม ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ผู้ขายพูดเพียงฝ่ายเดียว
ก่อนตัดสินใจ ให้จัดอันดับความสำคัญเป็น 1) สุขภาพ 2) หลักฐานที่มา 3) ฟอร์มปัจจุบัน 4) ราคาซื้อ และ 5) ค่าใช้จ่ายหลังซื้อ หากข้อใดข้อหนึ่งขาดหาย ให้ถือว่าความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นและควรต่อรองหรืองดซื้อ การติดตามราคาไก่ชนจาก พันธุ์ไก่ชน ควรใช้เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ การฝึก และกติกา ไม่ใช่เพื่อรับประกันกำไรจากการแข่งขัน
หากพร้อมตรวจข้อมูลอย่างมีระบบ ให้เริ่มจากเปรียบเทียบประกาศและวางงบรวมก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาไก่ชน
ถาม: ราคาไก่ชน 2026 หมายถึงอะไร?
ตอบ: ราคาไก่ชน 2026 คือช่วงราคาซื้อขายไก่ชนในตลาดไทยระหว่างปี 2026 ซึ่งเปลี่ยนตามสายเลือด อายุ ฟอร์ม สุขภาพ และผลงาน ราคาโดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่ประมาณ 500 บาทสำหรับลูกไก่ และอาจเกิน 100,000 บาทสำหรับไก่มีผลงานหรือพ่อพันธุ์เด่น ไก่ระดับชื่อดังอาจแตะหลักล้าน แต่ต้องตรวจสอบเป็นรายตัวจากหลักฐานจริง ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ถาม: มือใหม่ควรเริ่มซื้อไก่ชนราคาเท่าไหร่?
ตอบ: มือใหม่ควรเริ่มจากงบประมาณประมาณ 3,000–10,000 บาท โดยกันค่าอาหารและสุขภาพไว้อีกก้อนหนึ่ง ช่วงราคานี้ช่วยให้เรียนรู้การดูแลและสังเกตฟอร์มโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงมากเกินไป หากมีงบซื้อ 10,000 บาท ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าดูแลอย่างน้อย 3–6 เดือนด้วย ไม่ควรใช้เงินทั้งหมดไปกับราคาตัวไก่
ถาม: ไก่ชนราคาแพงเก่งกว่าไก่ราคาถูกเสมอหรือไม่?
ตอบ: ไก่ชนราคาแพงไม่ได้เก่งกว่าเสมอไป เพราะราคาสะท้อนชื่อเสียง สายเลือด และผลงาน แต่ไม่ได้รับประกันฟอร์มในอนาคต สุขภาพ การฝึก สภาพสนาม และคู่แข่งล้วนมีผลต่อผลการแข่งขัน การเปรียบเทียบข้อมูลหลายด้านจึงมีเหตุผลกว่าการดูราคาหรือคำว่าไก่เงินล้านเพียงอย่างเดียว
ถาม: ราคาไก่ชนกับราคาต่อรองไก่ชนต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ราคาไก่ชนคือราคาซื้อขายตัวไก่ ส่วนราคาต่อรองไก่ชนคือสัดส่วนการประเมินความได้เปรียบระหว่างสองฝ่ายในสนาม ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกันแต่ใช้แทนกันไม่ได้ ราคาตัวไก่อาจสูงจากสายเลือดและชื่อเสียง ขณะที่ราคาต่อรองเปลี่ยนตามสถานการณ์ ฟอร์ม และข้อมูลระหว่างการแข่งขัน ผู้ติดตามควรแยกสองระบบนี้ให้ชัด
ถาม: ซื้อไก่ชนออนไลน์ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรตรวจตัวตนผู้ขาย วิดีโอปัจจุบัน ประวัติสายเลือด สุขภาพ ราคาสุทธิ และเงื่อนไขรับผิดชอบก่อนโอนเงิน ขอภาพหรือคลิปที่แสดงลักษณะเฉพาะของไก่ เช่น สี ขา หรือรอยตำหนิ เพื่อยืนยันว่าเป็นตัวเดียวกับประกาศ เก็บบทสนทนา ใบโอน และรายละเอียดการซื้อขายไว้ทั้งหมด หากผู้ขายเร่งโอนหรือไม่ยอมให้หลักฐาน ควรงดรายการ
ถาม: ต้องเตรียมงบเท่าไหร่เมื่อซื้อไก่ชนราคา 10,000 บาท?
ตอบ: ควรเตรียมงบรวมประมาณ 20,000–25,000 บาทสำหรับช่วง 6 เดือนแรก หากรวมค่าขนส่ง อาหาร อุปกรณ์ และตรวจสุขภาพแล้ว ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับพื้นที่และรูปแบบการดูแล ตัวอย่างเช่น ราคาไก่ 10,000 บาท ค่าขนส่ง 800 บาท ค่าอาหารเดือนละ 1,500 บาท 6 เดือน และค่าตรวจ 700 บาท จะมีต้นทุนรวมราว 20,500 บาทก่อนค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ถาม: หากไก่ชนที่ซื้อมาไม่ตรงกับประกาศควรทำอย่างไร?
ตอบ: ควรหยุดการส่งต่อหรือการซื้อขายต่อ เก็บภาพ วิดีโอ ใบโอน และข้อความประกาศ แล้วติดต่อผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หากตกลงกันไม่ได้ สามารถขอคำแนะนำจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือหน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ ระยะเวลาการแจ้งปัญหาและเงื่อนไขคืนเงินขึ้นกับข้อตกลงแต่ละราย ดังนั้นหลักฐานตั้งแต่ก่อนซื้อจึงมีความสำคัญมากที่สุด